ใบโอนรถคืออะไร ใช้ยังไง พร้อมวิธีกรอกและเอกสารที่ต้องเตรียม
ซื้อขายรถมือสองแล้วสงสัยว่า ใบโอนรถคืออะไร ต้องกรอกอะไรบ้าง และต้องเตรียมเอกสารโอนรถอะไรไปที่กรมขนส่ง? นี่คือคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยมากสำหรับผู้ที่ไม่เคยผ่านขั้นตอนโอนรถมาก่อน
บทความนี้อธิบายทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับแบบฟอร์มโอนรถ ตั้งแต่ความหมาย วิธีกรอกให้ถูกต้อง เอกสารที่ต้องใช้ ขั้นตอนที่กรมขนส่ง ไปจนถึงข้อควรระวังที่ทำให้งานเสร็จในครั้งเดียว
ใบโอนรถคืออะไร และสำคัญอย่างไร
ความหมายของใบโอนรถ
ใบโอนรถ หรือชื่อทางราชการว่า “คำขอโอนและรับโอนรถ” (แบบ ขค.1) คือแบบฟอร์มที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดให้ใช้ในการเปลี่ยนชื่อเจ้าของรถจากผู้โอน (ผู้ขาย) ไปยังผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เป็นเอกสารหลักในกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์ที่ขาดไม่ได้
บทบาทในกระบวนการโอนกรรมสิทธิ์รถ
ใบโอนรถทำหน้าที่เป็นหลักฐานว่าทั้งผู้โอนและผู้รับโอนยินยอมในการเปลี่ยนกรรมสิทธิ์อย่างสมัครใจ เมื่อยื่นพร้อมเอกสารครบชุดที่กรมขนส่ง เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเปลี่ยนชื่อในสมุดทะเบียนรถให้เป็นชื่อผู้รับโอนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบโอนรถอย่างเป็นทางการได้จาก กรมการขนส่งทางบก แบบคำขอโอนและรับโอนรถ
ทำไมต้องใช้ใบโอนรถ
หลายคนซื้อขายรถโดยส่งมอบกันโดยไม่โอนชื่อ ซึ่งสร้างปัญหาตามมามากมาย
ความสำคัญทางกฎหมายและการยืนยันสิทธิ์
- ผู้ซื้อยังไม่ใช่เจ้าของตามกฎหมาย ตราบใดที่ยังไม่โอนชื่อ ผู้ขายยังมีสิทธิ์ทางกฎหมายเหนือรถคันนั้น
- ความรับผิดชอบจากอุบัติเหตุ หากรถเกิดอุบัติเหตุขณะที่ยังอยู่ในชื่อเดิม เจ้าของเดิมอาจถูกเรียกร้องค่าเสียหาย
- ข้อควรระวัง: ภาษีรถและค่าธรรมเนียมต่างๆ จะส่งถึงชื่อเจ้าของเดิมจนกว่าจะโอน หากค้างชำระนาน อาจมีค่าปรับสะสม
- ปัญหาการขายต่อ รถที่ชื่อไม่ตรงกับผู้ครอบครองขายต่อยากกว่ามาก
ข้อมูลที่ต้องกรอกในใบโอนรถ
ข้อมูลผู้โอน
ผู้โอนคือเจ้าของรถคนปัจจุบันที่มีชื่ออยู่ในสมุดทะเบียนรถ ต้องกรอกข้อมูลให้ตรงกับบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านทุกตัวอักษร
ชื่อ ที่อยู่ และเลขบัตรประชาชน
- ชื่อ–นามสกุล (ตามบัตรประชาชน ไม่ย่อ)
- เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านครบถ้วน (บ้านเลขที่ ถนน ตำบล/แขวง อำเภอ/เขต จังหวัด รหัสไปรษณีย์)
- เบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
ข้อมูลผู้รับโอน
ผู้รับโอนคือผู้ซื้อที่จะกลายเป็นเจ้าของใหม่ ต้องกรอกข้อมูลในลักษณะเดียวกันกับผู้โอน
รายละเอียดส่วนตัวและข้อมูลติดต่อ
- ชื่อ–นามสกุล (ตามบัตรประชาชนของผู้ซื้อ)
- เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก
- ที่อยู่ตามทะเบียนบ้านของผู้รับโอน
- เบอร์โทรศัพท์และอีเมล (ถ้ามี)
รายละเอียดของรถ
ข้อมูลรถต้องอ้างอิงจากสมุดทะเบียนรถโดยตรงทุกตัวอักษร ห้ามเดาหรือพิมพ์ผิดโดยเด็ดขาด
ทะเบียนรถ ยี่ห้อ รุ่น เลขตัวถัง และเลขเครื่องยนต์
| ข้อมูลที่ต้องกรอก | ตรวจสอบจากที่ไหน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|
| หมายเลขทะเบียนรถ | ป้ายทะเบียนและสมุดทะเบียน | รวมจังหวัดที่จดทะเบียน |
| ยี่ห้อและรุ่น | สมุดทะเบียนหน้าแรก | ใช้ชื่อตามที่ระบุในเล่ม ไม่ใช่ชื่อตลาด |
| เลขตัวถัง (VIN) | สมุดทะเบียนและแผ่นโลหะที่ตัวรถ | 17 หลัก ต้องตรงกันทุกตัว |
| เลขเครื่องยนต์ | สมุดทะเบียนและบนเครื่องยนต์ | ตรวจสอบให้ตรงกับตัวจริงก่อนซื้อ |
| สีรถ | สมุดทะเบียน | ใช้ชื่อสีตามที่ระบุในเล่ม |
ขั้นตอนการกรอกใบโอนรถให้ถูกต้อง
การกรอกข้อมูลส่วนบุคคล
ใช้ปากกาหมึกสีน้ำเงินหรือสีดำเท่านั้น เขียนด้วยตัวบล็อกชัดเจน ห้ามใช้ดินสอหรือปากกาลบได้ ถ้ากรอกผิดให้ขอแบบฟอร์มใหม่แทนการขีดฆ่าหรือลบ เพราะเอกสารที่แก้ไขด้วยน้ำยาลบคำผิดมักถูกปฏิเสธจากเจ้าหน้าที่
ตรวจสอบความถูกต้องก่อนลงนาม
ตรวจสอบข้อมูลทุกช่องอีกครั้งก่อนลงนาม โดยนำบัตรประชาชนและสมุดทะเบียนรถมาวางข้างๆ แล้วเทียบทีละช่อง ความผิดพลาดเพียงตัวเดียวทำให้ต้องกรอกใหม่ทั้งแผ่น
การกรอกข้อมูลรถ
อ้างอิงจากเล่มทะเบียนรถ
ข้อมูลรถในใบโอนต้องอ้างอิงจากสมุดทะเบียนรถ (เล่มทะเบียน) เท่านั้น ไม่ควรกรอกตามที่จำหรือตามที่ผู้ขายบอกปากเปล่า เพราะเลขตัวถังและเลขเครื่องเป็นข้อมูลที่ต้องตรงกับในระบบของกรมขนส่ง และเป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้การโอนไม่ผ่านในวันนัด ดูคู่มือการโอนรถฉบับละเอียดจากกรมการขนส่งเพิ่มเติมได้ที่ คู่มือขั้นตอนการโอนรถยนต์ กรมการขนส่งทางบก
การลงลายมือชื่อ
ผู้โอน ผู้รับโอน และพยาน (ถ้ามี)
- ผู้โอน ต้องลงลายมือชื่อด้วยตนเองในช่องที่กำหนด ห้ามให้ผู้อื่นลงแทนเว้นแต่มีหนังสือมอบอำนาจ
- ผู้รับโอน ต้องลงลายมือชื่อยืนยันการรับโอนในช่องที่กำหนด
- พยาน บางกรณีต้องมีพยานลงนามด้วย ให้ตรวจสอบกับสำนักงานขนส่งในพื้นที่ก่อน
- ในกรณีมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการแทน ต้องมีหนังสือมอบอำนาจที่กรอกครบถ้วน ดาวน์โหลดแบบหนังสือมอบอำนาจสำหรับงานโอนรถได้ที่ แบบหนังสือมอบอำนาจงานทะเบียนรถ กรมการขนส่งทางบก
เอกสารที่ใช้ประกอบใบโอนรถ
เอกสารของผู้โอนและผู้รับโอน
สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้าน
| เอกสาร | ผู้โอน (ผู้ขาย) | ผู้รับโอน (ผู้ซื้อ) |
|---|---|---|
| บัตรประชาชนตัวจริง | ✓ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ | ✓ แสดงต่อเจ้าหน้าที่ |
| สำเนาบัตรประชาชน | ✓ อย่างน้อย 1 ชุด พร้อมเซ็นรับรอง | ✓ อย่างน้อย 1 ชุด พร้อมเซ็นรับรอง |
| สำเนาทะเบียนบ้าน | ✓ 1 ชุด (บางกรณี) | ✓ 1 ชุด |
| หนังสือมอบอำนาจ | ถ้าไม่มาเอง | ถ้าไม่มาเอง |
เอกสารเกี่ยวกับรถ
เล่มทะเบียนรถและเอกสารอื่นที่เกี่ยวข้อง
- สมุดทะเบียนรถตัวจริง – จำเป็นต้องใช้เสมอ ห้ามใช้สำเนา
- กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังมีอายุ – ต้องมีพรบคุ้มครองอยู่จึงจะโอนได้
- ใบเสร็จภาษีรถล่าสุด – ยืนยันว่าไม่มีค้างชำระ
- หลักฐานการตรวจสภาพรถ (ตรอ.) – สำหรับรถที่อายุเกินเกณฑ์ที่กำหนด
ขั้นตอนการโอนรถที่กรมขนส่ง
การยื่นเอกสารและตรวจสอบ
โดยทั่วไปทั้งผู้โอนและผู้รับโอนต้องไปที่สำนักงานขนส่งด้วยตนเอง หากฝ่ายใดไม่สามารถมาได้ต้องทำหนังสือมอบอำนาจให้ครบถ้วนก่อน ยื่นเอกสารที่เคาน์เตอร์งานทะเบียนรถยนต์ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบความครบถ้วนและความถูกต้องของเอกสารทุกฉบับก่อนดำเนินการต่อ
ขั้นตอนการตรวจสภาพรถ (ถ้ามี)
รถบางประเภทอาจต้องนำรถมาให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเลขตัวถังและเลขเครื่องยนต์ที่ตัวรถจริงว่าตรงกับในสมุดทะเบียน โดยเฉพาะรถที่มีประวัติสงสัยหรือรถที่ซื้อมาจากต่างจังหวัด แนะนำนำรถไปในวันโอนด้วยเพื่อความสะดวก แม้ไม่ใช่ทุกกรณี ดูข้อมูลขั้นตอนและค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ์รถฉบับอัปเดตล่าสุดได้ที่ Motorist Thailand คู่มือโอนรถยนต์ขั้นตอนและค่าธรรมเนียม 2025
การชำระค่าธรรมเนียม
ค่าใช้จ่ายในการโอนกรรมสิทธิ์
| รายการ | ค่าธรรมเนียม (โดยประมาณ) | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ค่าคำขอโอนรถ | 5 บาท | ค่าแบบฟอร์มราชการ |
| ค่าธรรมเนียมโอนรถยนต์ | 100 บาท | ต่อคัน |
| ค่าออกเล่มทะเบียนใหม่ | 100 บาท | กรณีออกสมุดทะเบียนใหม่ |
| ค่าตรวจสภาพรถ (ตรอ.) | ~350–500 บาท | ถ้าต้องตรวจ (ค่าโดยประมาณ) |
หมายเหตุ: ค่าธรรมเนียมข้างต้นเป็นอัตราโดยประมาณ ณ เวลาที่เขียน อาจมีการปรับเปลี่ยนตามประกาศกรมการขนส่ง ควรตรวจสอบอัตราปัจจุบันจากสำนักงานขนส่งในพื้นที่ก่อนไปดำเนินการ
ข้อควรระวังในการใช้ใบโอนรถ
กรอกข้อมูลให้ครบถ้วนและถูกต้อง
หลีกเลี่ยงข้อมูลผิดพลาดที่ทำให้เรื่องล่าช้า
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ต้องกลับมาใหม่คือข้อมูลไม่ตรงกัน โดยเฉพาะ
- เลขตัวถังหรือเลขเครื่องยนต์กรอกผิดแม้แค่ตัวเดียว
- ชื่อหรือนามสกุลสะกดผิดจากบัตรประชาชน
- ที่อยู่ไม่ตรงกับทะเบียนบ้านปัจจุบัน
- ลืมเซ็นสำเนาเอกสารรับรองถูกต้อง
- ข้อควรระวัง: ห้ามเว้นช่องว่างในใบโอนรถโดยไม่กรอก ช่องที่ไม่มีข้อมูลให้ขีดเส้นหรือใส่เครื่องหมาย — เพื่อป้องกันการเติมข้อมูลภายหลัง
การลงลายเซ็นให้ครบทุกฝ่าย
ตรวจสอบก่อนยื่นเอกสาร
ก่อนเดินทางไปสำนักงานขนส่ง ให้ผู้โอนและผู้รับโอนตรวจสอบร่วมกันว่าลายเซ็นครบทุกช่องที่กำหนด เพราะถ้าเซ็นขาดแม้แค่ช่องเดียว เจ้าหน้าที่จะไม่รับเอกสาร และต้องรอให้อีกฝ่ายมาเซ็นเพิ่ม ซึ่งอาจต้องนัดวันใหม่ถ้าทั้งสองฝ่ายอยู่คนละพื้นที่
สรุปการใช้ใบโอนรถให้ถูกต้อง
ทบทวนข้อมูลและเอกสารสำคัญ
แนวทางโอนรถให้เสร็จในครั้งเดียว
ใช้ checklist นี้ก่อนออกจากบ้านในวันโอนรถ
- บัตรประชาชนตัวจริงและสำเนา (ทั้งผู้โอนและผู้รับโอน) ✓
- สำเนาทะเบียนบ้าน (อย่างน้อยผู้รับโอน) ✓
- สมุดทะเบียนรถตัวจริง ✓
- กรมธรรม์ พ.ร.บ. ที่ยังมีอายุ ✓
- ใบโอนรถที่กรอกครบถ้วนและลงนามแล้วทุกช่อง ✓
- หนังสือมอบอำนาจ (ถ้าฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมาไม่ได้) ✓
- เงินสดสำหรับค่าธรรมเนียม ✓
ทำตามขั้นตอนนี้ครบ โอนรถเสร็จในครั้งเดียวโดยไม่ต้องเดินทางซ้ำ สำหรับเจ้าของรถ Mitsubishi ที่ต้องการตรวจสภาพรถหรือจัดการเอกสารรถก่อนโอน mitsunatee.com ศูนย์บริการ Mitsubishi อย่างเป็นทางการในกรุงเทพฯ พร้อมให้บริการตรวจสภาพ ประเมินราคา และจัดการเอกสารที่เกี่ยวข้องกับรถ Mitsubishi ทุกรุ่นครบวงจร